วันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

Hamburger crisis (2)

เมื่อสถาบันการเงินที่ให้กู้ซื้อบ้านลดความเสี่ยงในการปล่อยกู้ ก็ระดมปล่อยกู้แข่งกันโดยไม่คำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ เมื่อปริมาณซัพพลาย(ต้องการซื้อบ้าน)สูงขึ้น ราคาบ้านก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจากราคาจริง กลุ่มวานิชธนกิจได้ล๊อบบี้บริษัทจัดเรตติ้ง เช่น S&P, มู๊ดดี้ ฯลฯ ให้วานิชธนกิจเป็นการลงทุนระดับดับเบิ้ลเอ(AAA) มันทำให้ราคาหุ้นพุ่งเกินความเป็นจริง ทำให้มันเริ่มเป็นฟองสบู่ วานิชธนกิจออก CDO* จนเงินหมด เมื่อท้ายสุดวานิชธนกิจขาดสภาพคล่องเงินสดหมดมือ ก็ต้องหาเงินสดมาเพิ่มเพื่อซื้อสัญญาเงินกู้จากสถาบันการเงินและจ่ายดอกเบี้ย/เงินปันผลให้กับผู้ลงทุน เมื่อหาไม่ได้ก็ต้องกู้ ทำให้เงินทุนบริษัทสูงขึ้นหนี้สินเพิ่มขึ้น(เหมือนเจ้ามือแชร์ลูกโซ่มั๊ยล่ะ อิอิ) จากนั้นเมื่อถึงจุดที่สุด...ตลาด CDO ก็พัง เมื่อวานิชธนกิจพังลงหุ้นก็ตกนักลงทุนก็พังตาม ธนาคารทุนทั่วโลกที่ปล่อยกู้ให้กับวานิชธนกิจก็ประสบปัญหากันเป็นโดมิโน สุดท้ายก็เกิดวิกฤติเศรษฐกิจไปทั้งโลก
แต่....ผู้บริหารหรือพวกCEO ของวานิชธนกิจก็ต้องรู้ว่าท้ายสุดงานเลี้ยงต้องมีเลิกรา(เหมือนเจ้ามือแชร์ลูกโซ่ทั่วไปว่าสุดท้ายมันก็จะไปไม่รอด) จึงขายหุ้นทิ้ง/ถ่ายเทเงินทุนก่อนวิกฤติเกิดขึ้น ร่ำรวยกันถ้วนหน้า

- Layman brother ธนาคารทุนที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของสหรัฐ ซึ่งเป็นสถาบันหลักที่ปล่อยเงินกู้ให้วานิชธนกิจ เมื่อตลาด CDO พัง วานิชธนกิจก็พัง เมื่อวานิชธนกิจพังหนี้ก็สูญ สุดท้ายเลย์แมน บราเธอร์ก็ล่ม
- การล่มของ AIG เพราะบริษัทที่ว่านี้ไปออกตราสารอนุพันธ์ประกันความเสี่ยงของ CDO ซึ่งหลาย CDO เป็นสัญญาที่มีความเสี่ยงสูง, สัญญาเสีย(ไม่สามารถชำระหนี้ได้) สุดท้ายมันก็ล่มตามเลย์แมน

เจ้าของ blog

*CDO = สัญญาเงินกู้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น