วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553
รู้หรือไม่...
จอห์น บอยด์ ดัลลอป ผู้คิดค้นการเติมลมในยางเป็นคนแรก
พี่น้องมิชลิน คิดค้นยางเรเดียลเส้นแรก
รูดอล์ฟ ดีเซล คิดค้นเครื่องยนต์ดีเซลเป็นคนแรก
อดอล์ฟ ฟิคค์ เป็นผู้คิดค้น คอนแทกเลนส์คนแรก
วิลลิส แคริเออร์ เป็นผู้คิดค้นเครื่องปรับอากาศได้สำเร็จ
(ว่างจะมาต่อเรื่อยๆ)
วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2553
"อยากจะค้าขาย"
เพราะเห็นว่าคนที่ทำการค้าขายมักจะรวยกว่าเป็นลูกจ้าง รวยกว่าคนที่ไม่ได้ทำค้าขาย หรือเป็นเจ้าของกิจการ
ที่จริงแล้วการที่จะเป็นคนค้าขายไม่ใช่คิดอยากจะเป็นก็ไปทำ ไปลงทุน แล้วก็สำเร็จ เพราะการค้าขายนั้นมีความสลับซับซ้อนอยู่มาก ซึ่งต้องการการใช้ความคิดและทำความเข้าใจอย่างมากมาย ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ได้คำนึงถึงข้อนี้ การไปเรียนวิชาบริหารธุรกิจไม่ใช่คำตอบของความสำเร็จในการค้าขาย แต่อาจจะทำให้คนที่ไปเรียนสำคัญผิดคิดว่าเรียนจบแล้วจะมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการค้าขายได้
คนที่จะค้าขายเป็นนั้น ไม่จำเป็นต้องไปเรียนบริหารธุรกิจเลย ที่สำคัญก็คือต้องเป็นนักคิด นักสังเกต นักทำ รวมทั้งต้องเป็นคนที่มุ่งสำเร็จและมุ่งกำไร เพราะการค้าขายทุกชนิดรวมทั้งการผลิต ธุรกิจบริการ เป้าหมายสุดท้ายก็คือ กำไร
ฉะนั้นคนที่ไม่ใส่ใจอย่างแท้จริงเรื่องการทำกำไรมักไม่ประสบความสำเร็จ หรือถ้าสำเร็จก็ไม่มากนัก นอกจากนี้ยังต้องเป็นคนที่สนใจเรื่องคนและเรื่องตัวเลขไปพร้อมๆ กัน คนส่วนมากเวลาเก่งเรื่องคนก็มักจะอ่อนเรื่องตัวเลข คนที่ประสบความสำเร็จสูงมักจะเก่งทั้งสองอย่าง
การค้าขายต้องเกี่ยวกับคน ในที่นี้ก็คือ ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน คู่ค้า คู่แข่ง ซึ่งล้วนเป็นคนทั้งสิ้น ส่วนทางตัวเลขก็ได้แก่
1.ยอดขาย
2.ต้นทุน
3.ค่าใช้จ่าย
4.กำไร ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการทำค้าขาย และจะต้องทำให้ข้อหนึ่งถึงข้อสี่นั้นสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา
การที่จะทำการค้าขายสำเร็จได้ดีนั้นก็คือ ต้องหมั่นคิดเรื่องคน เข้าใจคน เข้าใจความรู้สึกของคน เข้าใจเรื่องความต้องการของคน เข้าใจพฤติกรรมของคน สำหรับตัวเลขนั้นก็ต้องเข้าใจวิธีการจะทำการค้าให้มีกำไรว่าต้องทำอย่างไร และต้องติดตามตัวเลขต่างๆ อย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา และสามารถประเมินผลของการกระทำต่างๆ ของเราว่าได้ผลในเชิงตัวเลขมากน้อยแค่ไหนอยู่ตลอดเวลา
คนที่ไม่สนใจเรื่องตัวเลข หรือบอกตัวเองว่าไม่ชอบเรื่องตัวเลข มักจะไม่ประสบความสำเร็จในการค้าขาย แม้แต่ไม่ใช่เจ้าของกิจการ เป็นแค่ผู้บริหาร ถ้าจะทำให้การงานของตนเองมีความก้าวหน้ายังต้องสนใจในด้านตัวเลขและเรื่องคนด้วย คนที่ไม่ชอบอยู่กับคน หรือคนที่ไม่ชอบตัวเลขก็ควรจะไปเป็นศิลปิน หรือเป็นนักประพันธ์ นักแสดง ฯลฯ ซึ่งก็อาจจะมีโอกาสสำเร็จในชีวิตมากกว่า
สุดท้ายคือ คนค้าขายต้องเป็นคนที่มีวินัยในด้านการเงิน ต้องรักษาเครดิตของตนเอง อาทิเช่น ถ้ารับปากกับใครว่าจะใช้เงินคืนเขาเมื่อไร ก็ต้องใช้เงินให้ตรงตามเวลา และการทำงานก็ต้องรู้จักแยกกระเป๋า เช่น กระเป๋านี้ส่วนตัว กระเป๋านี้เงินของบริษัท และสุดท้ายของสุดท้ายต้องใช้เงินให้คุ้มค่า ไม่ใช่ไม่ยอมใช้เงินเลย หรือใช้อย่างไม่ได้มีสติยั้งคิด อย่างเช่น
พวกที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ อยากซื้ออะไรก็ต้องซื้อ โดยไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ หรือคุณค่าของของที่ตนซื้อหามา
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ
วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ตลกล้อเลียนการเมือง
เรื่องแรก เป็นเรื่องเกี่ยวกับนายทหาร 3 นายจากไทย เกาหลี พม่า พร้อมผู้ติดตามโดยสารรถไฟสู่ย่างกุ้ง หลังไปเยี่ยมค่ายทหารนอกเมือง
เมื่อถึงเวลาอาหารเที่ยง นายทหารไทยสั่งให้ผู้ติดตามหยิบเอากุ้งทะเลตัวโตออกมาจากกระเป๋า 2 ตัว กินไปได้เพียง 2 คำ ก็โยนกุ้งออกทางหน้าต่างรถไฟ ทหารพม่ามองด้วยความเสียดายเพราะเป็นที่รู้ๆกันว่าในพม่า แม้แต่นายทหารก็ยังต้องอยู่กันอย่างอดๆอยากๆ
“เมืองไทยบ้านผม อาหารแบบนี้มีเหลือเฟือ คนไทยกินทิ้งกินขว้างเป็นประจำ” นายทหารไทยเจตนาคุยทับ
นายทหารเกาหลีมีหรือจะยอมน้อยหน้า หันไปขอโทรศัพท์มือถือจากทหารติดตาม พูดคุยได้ไม่กี่คำก็โยนโทรศัพท์ทิ้งออกนอกหน้าต่างรถไฟ พร้อมกับคุยฟุ้งว่า “โทรศัพท์มือถือที่เกาหลีถูกเสียยิ่งกว่าโสร่งพม่าผมใช้เสร็จก็โยนทิ้งอย่างนี้ทุกทีแหละ”
นายทหารพม่ารู้สึกตัวว่ากำลังถูกทหารไทยและทหารเกาหลีลูบคมถึงในบ้าน จึงคิดหาทางข่มทับ คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก เพราะทุกอย่างในพม่ามันขาดแคลนไปเสียหมด จะทิ้งก็เสียดายทันใดนั้น ความคิดอันแหลมคมก็เกิดขึ้น “ขอวิสกี้แก้ว” นายทหารพม่าตะโกนเรียกผู้ติดตาม ทันทีที่ซดเหล้าหมดแก้วนายทหารพม่าก็ลุกขึ้นมากระชากคอเสื้อผู้ติดตามแล้วโยนออกนอกหน้าต่างทันที ท่ามกลางความตื่นตะลึงของนายทหารไทยและนายทหารเกาหลี
“ไม่ต้องตกใจ” นายทหารพม่ารีบอธิบาย“ในพม่าชีวิตคนถูกมาก เราใช้งานแค่ครั้งเดียวก็โยนทิ้งได้แล้ว” !!!
*****************************************
เรื่องที่สอง เป็นเรื่องการอวดความสามารถของหมอผ่าตัด 3 คนหมอจากอังกฤษ ฝรั่งเศสและหมอพม่าเอง
หมอฝรั่งเศสพูดว่า“ผมเคยต่อขาให้เด็กคนหนึ่งที่โดนรถไฟทับจนขาขาดทั้ง 2 ข้าง คุณเชื่อมั้ย ทุกวันนี้เด็กคนนั้นโตขึ้นและกลายเป็นดาราฟุตบอลชื่อดังที่สุดของฝรั่งเศส”
หมออังกฤษหัวเราะ “โธ่ แค่นี้ สู้ผมไม่ได้ ผมมีคนไข้ที่โดนเครื่องจักรตัดจนคอขาด ผมต่อหัวให้จนทุกวันนี้เขากลายเป็นนักการเมืองชั้นนำของอังกฤษไปแล้ว”
หมอพม่าส่ายหัว “คุณสองคนฟังเรื่องของผมดีกว่า ผมเคยรักษาเด็กคนหนึ่งที่ถูกรถทับหัวจนสมองเละไปหมด ผมต้องไปแคะเอาสมองจากหมูตัวหนึ่งในเล้าข้างโรงพยาบาลมาใส่แทนเด็กคนนี้โตขึ้นก็ไปสมัครเป็นทหาร เป็นใหญ่เป็นโตในกองทัพ ปฏิวัติยึดอำนาจและปกครองประเทศพม่ามาจนถึงทุกวันนี้” !!!
*****************************************
เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องในวงสนทนาของคนพม่า อังกฤษและอเมริกันชาวอังกฤษ
“ผมว่าคนอังกฤษเก่งที่สุดในโลก เพราะมีคนอังกฤษคนหนึ่งสามารถปีนเขาเอเวอร์เรสต์จนถึงยอดได้ ทั้งๆ ที่ขาด้วนทั้งสองข้าง”
ชาวอเมริกัน ตอบว่า” ไม่เท่าไรหรอก คุณรู้หรือเปล่าคนอเมริกันสามารถพายเรือข้ามมหาสมุทรแปซิฟิคได้ ทั้งๆ ที่แขนด้วนทั้งสองข้าง
คนพม่าหัวเราะฮึๆ “ที่พวกคุณเล่ามาทั้งหมดนั้นเทียบไม่ได้กับทหารพม่าสักนิด ทหารพม่าสามารถยึดอำนาจและปกครองประเทศที่ประชากรกว่า 50 ล้านคนได้ โดยไม่ต้องมีสมองแม้แต่นิดเดียว” ???
*****************************************
ตลกร้ายจริงๆนะครับ อิอิอิ
วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553
ขาลุย มาเดินป่าสุดสัปดาห์กันครับ
เมื่อขับรถจากกรุงเทพฯมาถึงแยกทางเข้า อ.มวกเหล็ก ให้ U-turn ที่ 2 (ทางขึ้นเนินกลางดง) กลับรถมาแล้ว อีก 100 เมตรเลี้ยวซ้ายเข้าไปเลยครับ จะผ่านหมู่บ้านแรก เค้าเรียกหมู่บ้านผ่านศึก คอยถามชาวบ้านนะครับว่าเส้นทางไปหมู่บ้านซับใต้ไปทางไหน (หมู่บ้านซับใต้เป็นหมู่บ้านติดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ตั้งอยู่ตำบลพญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นี่แหละครับที่เค้าเรียก "ดงพญาเย็น" เข้าจากถนนมิตรภาพไปประมาณ 14-15 กม.) ถึงหมู่บ้านซับใต้ให้หาที่ตั้งของ ศูนย์พัฒนาซับใต้ ติดต่อขอคนนำทางได้ที่นี่ครับ
แหล่งที่จะไปได้ในเส้นทางนี้ก็มีหลายที่ เส้นทางที่ผมไปก็มี
- น้ำตกคลองแม่ปล้อง (เป็นน้ำตกต้นสายของน้ำตก สาริกา/นางรอง จ.นครนายก) ใช้เวลาเดินแบบคนเมืองก็ราวๆ 5-7 ชม. เดินขึ้นหุบประมาณ 1-1.5 ชม. ที่เหลือเดินตามด่านสัตว์และลำธาร ร่องรอยสัตว์ที่พบ หมี เสือดาว เสือโคร่ง เก้ง ช้าง หมูป่า อีเห็น นางอาย ตะกวด งูหลายสายพันธุ์ นกหลายสายพันธุ์ ไก่ป่า เส้นทางนี้หากเดินไปต่ออีก 1 วันก็จะถึงน้ำตกเหวสีเสียด แล้วออกนครนายกไปเลย
- น้ำตกช้างหมอบ ไหลลงมาจากเขาฟ้าผ่า (แต่เขามองไกลๆเป็นรูปช้างกำลังหมอบ) ใช้เวลาเดิน 2-3 ชม. น้ำตกนี้ใช้ทดสอบคนที่เริ่มลองเดินป่าครับ เหนื่อยช่วงทางขึ้นหุบ ร่องรอยสัตว์ที่พบ หมี เสือปลา เก้ง หมูป่า งูหลายสายพันธุ์ นกหลายสายพันธุ์ ไก่ป่า
- เขานมนาง (เป็นยอดเขาหัวโล้นสองลูก ข้างบนเป็นทุ่งหญ้าสวย) เดินขึ้นเขากันครึ่งวันครับ แต่ต้องแบกถังน้ำใส่น้ำขึ้นไปด้วยข้างบนไม่มีน้ำ ข้างบนสวยมากๆ ทุ่งหญ้าสวยเสมอกัน มองวิวได้รอบทิศทาง ดีไม่ดีได้เห็นกระทิงลงมากินโป่งข้างล่างด้วย ยิ่งหน้าหนาว เป็นทะเลหมอกเลยครับ ร่องรอยสัตว์ที่พบ ไม่ค่อยมี
- ยอดเขาฟ้าผ่าหรือช้างหมอบหรือปางห้าร้อย เป็นสันเขายาวประมาณ 1-2 กม. มีน้ำข้างบน และมีต้นไม้ใหญ่ด้านบน มีโป่ง ใช้เวลาเดิน 2-4 ชม. มองด้านหน้ามองเห็นไปนอกเขาใหญ่มี หมู่บ้านต่างๆ มองด้านหลังเป็นผืนป่ากว้างใหญ่สวยงามมาก เช้าจะเห็นฝูกนกเงือกออกหากิน ตอนเย็นจะเห็นฝูงมันบินกลับรัง ตื่นตาตื่นใจมากสำหรับนกที่หายาก ร่องรอยสัตว์ที่พบ หมูป่า หมี นกนานาชนิด ไก่ป่า เก้ง
- น้ำตก ตาด 1 ตาด 2 เป็นชั้นน้ำตกขนาดกลาง ใช้เวลาเดิน 2-4 ชม. ไปทางด้านหลังของเขาฟ้าผ่า/ช้างหมอบ สวย สงบ ไปอีกแบบ ร่องรอยสัตว์ที่พบ หมูป่า หมี นกนานาชนิด ไก่ป่า เก้ง ชะนี
อุปกรณ์ที่นำไปด้วย เต้นท์หรือเปลทหาร, ไฟฉาย, ยากันทาก, ไฟแช็ค, มีด, ถุงเท้า, เสื้อกันหนาว, กระติกน้ำ, หม้อสนาม, กระทะสนาม, ช้อนซ้อม, แก้วพลาสติก /สุดท้ายหากมีวิทยุสื่อสารจะดีมากหากเกิดเรื่องคาดไม่ถึง
อาหารที่แนะนำ ข้าวสาร, ปลากระป๋อง, เนื้อเค็ม, กุญเชียง, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป, น้ำพริกกระปุก, กาแฟ, ไข่ไก่(ใส่หม้อสนามไปยัดกับหนังสือพิมพ์ขยุ้มๆ)
ยา ยาใส่แผลสด ยาแก้ปวด
สิ่งที่ควรทำก่อนออกทริป กินยากันมาเลเรียก่อนเดินทาง, เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม, รู้ตัวว่าจะเป็นไข้หรือเป็นหวัดให้ยกเลิกทันที
ความเชื่อชาวบ้านในการเดินป่า
- เห็นอะไรผิดปกติอย่าทัก เค้าว่า "มันจะเข้าตัว"
- ไม่ควรเรียกชื่อสัตว์โดยตรงในป่า ควรใช้คำเลี่ยง เช่น เสือ เรียกเป็น แมวใหญ่, ช้าง เป็น บิ๊กฟุต เป็นต้น เค้าว่า "เรียกชื่อสัตว์เหมือนเรียกมันมาหา"
- อย่าเอาหม้อข้าวตักน้ำ เค้าว่า "ฝนฟ้าจะไม่ดี"
**การตักน้ำในลำธารดื่มให้ตักน้ำไหล อย่าตักน้ำนิ่งเพราะอาจเสี่ยงกับไข้มาเลเรีย ไข้ป่าได้**
วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552
คิดถึงโรงเรียนเก่า....

(ภาพด้านหน้าทางเข้า ที่เห็นคือผนัง ตึก 2)
โรงเรียนนี้ผมเข้าไปเรียนครั้งแรกตอนขึ้น ป. 4 ประมาณปี พ.ศ. 2526 รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความกว้างขวางของโรงเรียนมาก อะไรมันจะใหญ่ปานนี้ ยิ่งตื่นตาตื่นใจเข้าไปอีกเมื่อเห็นในห้องเรียนแล็บภาษาอังกฤษ หูยยย...ทันสมัยสุดๆ ว้าว!...นั่นมันสระว่ายน้ำหนิ โห...มีบูทขายแฮมเบอร์เกอร์ด้วย(ของ SIAM STEAK ตรงทางเดินไป ตึก 3) ตาค้างกับโรงอาหารที่ใหญ่โคตรๆ (ตึกโภชนา หรือที่เด็กปานะพันธุ์เรียกว่า ตึกโพด) แถมมีร้านขายอาหารอยู่ทั่วทุกจุดของโรงเรียนเลยครับ ผมเรียน ป.4/14 มันอยู่ในตึกอนุบาล แต่มันมีสะพานเหล็กเชื่อมกับตึก 3 บนชั้นที่ 2 สุดๆไปเลย ได้พบที่สุดแห่งยนตรกรรม คือ โรลลอยด์ ของคุณตาคุณยาย


(เป็นภาพที่มองลงมาจากระเบียงชั้น 5 ตึก 9 ครับ) รู้มั๊ยครับ ทำไมปานะพันธุ์ถึงเรียกอาคารว่า ตึก 9 ตึก 3 ตึก4 ไม่ใช่ลำดับการสร้างหรือเป็นชื่อที่ตั้งหรอกครับ มันเป็นจำนวนชั้นของอาคารครับ ตึก 9 ก็คือมันมี 9 ชั้น ตึก 4 ก็มี 4 ชั้น ตึก 2 ก็ 2 ชั้น ตึก 3 ก็3 ชั้น
(ภาพนี้เป็นภาพบนชั้น 5 บันไดตรงกลางเป็นบันไดขึ้น หอพักหญิง ห้องผมอยู่ข้างหลังคนถ่ายภาพ ม.2/5) 
(ด้านหน้าของอาคารยิมเนเซียมครับ)




(บรรยากาศภายในและรอบๆโรงยิม)
นึกถึงของกินในปานะพันธุ์ มีหลายร้านมาก ทางเดินตึก 3 นึกถึงร้านข้าวเหนียว เนื้อปิ้ง หมูปิ้ง ส้มตำ ซุปหน่อไม้ หรือจะ แฮม ชีส ไข่ ของสยามสเต็ก ลูกชิ้นทอด ข้างห้องศิลป์ ลูกชิ้นเนื้อปิ้ง ใส้กรอกอีสานปิ้งใต้ตึก 9 ข้าวราดแกงตึกพยาบาลหน้าสระว่ายน้ำก็อร่อย เส้นหมี่น้ำข้างตึก3(เรียกซอกตึก3ดีกว่า) เป็นเส้นหมี่ใส่น้ำซุปใส่เลือดกะหมูกรอบเหี่ยวๆ รสชาดสุดยอดอย่าบอกใคร ข้าวแกงเค้าแถมน้ำซุปด้วยนะ อาหารตามสั่งต้องไข่เจียวหมูสับตึกโภช กินเสร็จแล้วดูปลาแฟนซีคราฟสมัยนั้นแพงมาก บางคนถ่อไปกินข้าวถึงตึกอนุบาลก็มี นอกจากนั้นความร่มรื่นของปานะพันธุ์ก็ขึ้นชื่อทีเดียว
(ตึกโภชนา หรือโรงอาหารนี่เอง เด็ก ป.พ. เรียก ตึกโพด)
(บรรยากาศหน้าตึก 3)
แม้วันนี้จะไม่มีปานะพันธุ์แล้ว แต่ความจริงมันยังคงอยู่ในความทรงจำของศิษย์เก่าทุกคนตลอดไป
ขอบคุณในทุกๆอย่างและลาก่อน .....ปานะพันธุ์
ภาพถ่ายจาก : www.pb.pantown.com ขอขอบคุณมากครับ
วันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2552
แนะนำร้านอาหารอร่อยๆครับ
- ร้านสไมล์ SMILE ริมบึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น บรรยากาศดีครับ มีทั้ง OUT DOOR-IN DOOR มีวงดนตรีเล่นเพลง โฟล์คหรือแจ๊ส เบาๆ อาหารแนะนำ ซี่โครงหมูสไมล์ เอ็นตุ๋นน้ำแดง ทะเลเดือด บวกเข้ากับเบียร์เย็นๆหรือเหล้าโซดาบางๆหรือ CockTail รสเลิศ สุดยอดจริงๆ
- ร้าน กุ้นเต้น ริมถนนเกษตร-นวมินทร์ ช่วงแยกตัดลาดปลาเค้าถึงตัดเสนานิเวศ มาจากเกษตรอยู่ฝั่งขวา ร้านนี้ไม่ได้ไปกินนานละ แต่ที่ถูกปากก็มี ปลาจารเม็ดขาวนึ่งซีอิ๊ว
- ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นนาย ต ...อยู่ก่อนถึง 5 แยกวัชรพล 300 เมตร ซ้ายมือ(มาจากทางถนอมมิตรปาร์ค)
- ร้าน อ.มัลลิกา อยู่ริม ถ.เกษตร-นวมินทร์ เลยทางด่วน รามอินทรา-อาจณรงค์ มาจากเกษตรอยู่ฝั่งขวา ป้ายใหญ่มาก บรรยากาศร่มรื่น อาหารอร่อย ส่วนตัวชอบกระหล่ำปลีผัดน้ำปลา อาหารอื่นๆก็อร่อยไม่แพ้กัน - ร้านก๋วยเตี๋ยวปลาโชคชัย ชื่อเก่าชื่อร้านแซว(เจ้าแรกแยกแฮปปี้แลนด์-ลาดพร้าว) อยู่ติดกองบินตำรวจ ถ.รามอินทรา จอดรถในกองบินตำรวจได้นะครับ บอกคุณตำรวจที่ป้อมว่า "มาซื้อก๋วยเตี๋ยวครับ" เดี๋ยวเค้าชี้ที่จอดรถให้ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เย็นตาโฟ ข้าวต้มปลา ลูกชิ้นทำปลาเอง สั่งลูกชิ้นรวมลวกหรือเส้นปลาลวก จะเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มสูตรเฉพาะของเค้าเลย อร่อยจริงๆ
- ร้านบะหมี่หยก อาลิ้ง ถ.มะลิวัลย์ แถวสะพานลอยคนข้ามตรงประตูมหาวิทยาลัยขอนแก่น มาจากตัวเมืองอยู่ซ้ามมือ ต้องเข้าคู่ขนานนะครับ บะหมี่แห้งเค้าสุดยอด เส้นนี่ลวกได้พอดี มีน้ำราดมาพร้อมเสิร์ฟกับน้ำซุป ร้านเป็นเพิงนะครับ แต่รสชาติหาตัวจับยากจริงๆ
- ร้านสมพงษ์(ปากน้ำ) สาขาเลียบด่วนรามอินทรา อยู่เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ มาจากรามอินทราอยู่ฝั่งซ้าย เลยแยกตัดเกษตร-นวมินทร์ อาหารทะเลอร่อยมากมาย
- เทพประทาน สเต็กเฮ้าส์ มาจากปากช่อง ขับให้เลยมวกเหล็กมาทางกรุงเทพ อยู่ซ้ายมือ ก่อนลงเขา มีเครื่องบินลำใหญ่ๆจอดอยู่เป็นที่สังเกตุ สเต็กพริกไทย 140.- เนื้อชิ้นใหญ่+เฟร้นฟราย เสิร์ฟพร้อม ขนมปัง(หอมมาก)/เนย และสลัด T-BONE ก็ใช่ย่อยอร่อยสุดยอด
- ร้านบัวหลวง ริมบึงแก่นนคร บรรยากาศดีมากๆ เป็นศาลายื่นลงมาในบึง(เป็นสัมปทานร้านเดียวเลยมั้ง อิอิ) อาหารอยู่ในเกณฑ์อร่อย อาหารหากินยากในขอนแก่นก็หากินได้ที่นี่ เช่น ขาหมูคากิ+หมั่นโถว อาหารอื่นๆคงไม่พ้นปลาทอด ปลานึ่ง ห่อหมก (สวนอาหารต้องแนวๆนี้)
- ร้านรสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ใครเคยกินรสชาด ORIGINAL (รสเด็ด รสดีเด็ด)แถวสะพานควายเมื่อ 25 ปีก่อน หรือที่เกษตรตรงข้ามกรมพัฒนาที่ดิน(ปิดไปแล้ว) 5-10 กว่าปีก่อน คงจำรสชาติได้ อย่าเติมน้ำปลา เพราะน้ำซุปมันออกเค็มนิดๆและมีรสเผ็ดปลายลิ้นของพริกไทยของเขาอยู่แล้ว ตอนหลังเลยมี สโลแกน ชิมก่อนปรุง ร้านนี้อยู่ขอนแก่น เยื้องๆโรงแรม พีพี แถวสถานีรถไฟ รสชาดเหมือนต้นตำหรับมาก เนื้อเปื่อย ลูกชิ้น อร่อย
(20/04/2553)
- ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อคุณมล ถ.กสิกรสำราญ ต.เมืองเก่า อ.เมือง ขอนแก่น น้ำซุปกลมกล่อมมากๆ ลูกชิ้นทำเองกรอบอร่อย เนื้อสดเค้าสดจริงๆนุ่มจริงๆ มีผักสด/น้ำจิ้ม/พริกสด-กระปิ เป็นเครื่องเคียง
(17/05/2554)
- ร้านเมี่ยงปลา ทางเข้าโรงเรียนเซนต์แมรี่ ถ.โรจนะ-วังน้อย จ.อยุธยา ปลาทับทิมเผา ปลาสดเนื้อเคี้ยวหนึบเสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่/ผักสด/น้ำจิ้ม 2ชนิด ต่อมายำผักบุ้งกรอบ กรอบอร่อย ขาไก้ซุปเปอร์รสชาติจัดจ้านคอเหล้าต้องชอบแน่นอน
- ร้านเฝอท่าบอ แถวหน้าวัดศรีนวล จ.ขอนแก่น เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ+ปอเปี้ยะ+เลือดแปลง(เลือดเป็ดปรุงรสแช่แข็ง อร่อยแบบแปลกๆ)
- ก๋วยเตี๋ยวไก่(จำชื่อร้านไม่ได้) อยู่ในตลาดลาดปลาเค้า(กม.2 รามอินทรา) อยู่ตรงทางออกฝั่งถนนลาดปลาเค้า สะอาด ไก่ตุ๋นอย่างดี น้ำซุปยาจีนเข้มข้น
ว่างจะมาต่อนะครับ
เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์
สำหรับรายใหม่อยากลองให้ โอนเข้าไปน้อยๆก่อนก็ได้นะครับ ซักหมื่นนึง ลองเล่นดูก่อนนะครับ ฝึกการดูกราฟ ดูตลาด ดูแนวโน้ม ดูปัจจัย หุ้นตกจะได้ไม่ช้ำมาก อิอิ
ครั้งหน้ามาดูธุรกิจอื่นกันมั่งครับ
